ชาวบ้านผวา!! หลังพบป่าช้าศาลพระภูมิ โผล่อีก-เกลื่อนริมถนน

17130061.00_00_26_28

ชาวบ้านร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดการ หลังป่าช้าศาลพระภูมิถูกทิ้งเกลื่อนริมถนน สร้างความวังเวงให้สถานที่ และเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ

วันนี้ (6 ก.พ. 60) ผู้สื่อข่าว MThai รายงานว่า ที่หลักกิโลเมตรที่ 4 บนทางหลวงชนบท หมายเลข ชน.5062 พื้นที่หมู่ที่ 3 ต.คุ้งสำเภา อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท ชาวบ้านในพื้นที่ได้แจ้งว่า พบพฤติกรรมที่ไม่ดีไม่งามของผู้คนจำนวนหนึ่ง ที่แอบนำศาลพระภูมิจากนอกพื้นที่มาทิ้งอีก 1 จุด โดยนับคร่าวๆ มีศาลพระภูมิ สีสันต่างๆ ที่มีสภาพแตกหักพัง ถูกแอบนำมาทิ้งไว้ริมถนนบริเวณโคนต้นไม้ขนาดใหญ่จำนวนกว่า 100 หลัง

ซึ่งจากเหตุดังกล่าวส่งผลทำให้ชาวบ้านเริ่มกังวลเกรงว่าจะเกิดอาถรรพ์จากศาลพระภูมิที่นำมาทิ้ง เพราะปัจจุบันมีบรรยากาศที่วังเวงอย่างมากเมื่อขับรถผ่านโดยเฉพาะเวลากลางคืน และเกรงว่าซากปรักหักพังของศาลพระภูมิที่สร้างจากปูนซิเมนต์จะก่อให้เกิดอันตรายรุนแรงกับผู้ใช้รถใช้ถนนหากเกิดการเสียหลัก รถล้ม หรือตกถนนบริเวณดังกล่าวได้ รวมทั้งเป็นภาพที่ไม่สวยงามสะอาดตา

จึงอยากให้หน่วยงานที่รับผิดชอบบริเวณดังกล่าวเข้าแก้ไขให้ชาวบ้าน เพื่อให้ริมถนนหลวงกลับมามีความสวยงามสะอาดตาและน่ามองอีกครั้งด้วย

รวบเฒ่าหื่น! หนีคดีข่มขืนเด็ก มาบวชเป็นพระนานกว่า 14 ปี

IMG_3206050260

เจ้าหน้าที่ตำรวจบุกรวบ รวบเฒ่าหื่นวัย 75 ปี หลบหนีคดีข่มขืนเด็ก มาบวชเป็นพระนานกว่า 14 ปี วันที่ 5 ก.พ. 60 ผู้สื่อข่าว จ.ตรัง รายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการ 6 กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง บุกจับกุมผู้ต้องหา นายเรือง เสริมแก้ว อายุ 75 ปี อยู่บ้านเลขที่ 24 ม.4 ต.เมืองการุ้ง อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี ตามหมายจับ 9/2546 ศาลจังหวัดอุทัยธานี ตามข้อกล่าวหากระชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปีและบุกรุกเคหะสถานในเวลากลางคืน ตั้งแต่ปี 2545 ซึ่งคดีนี้มีอายุความ 20 ปี

สืบเนื่องจากผู้ต้องหาได้เข้าบ้านพักผู้เสียหายอายุไม่เกิน 15 ปี กระทำชำเราผู้ต้องหาเข้าไปข่มขืนทุกวันอาทิตย์ เวลาประมาณตี 4 – ตี 5 หัวรุ่ง เนื่องจากปู่กับย่าไม่อยู่บ้าน ซึ่งได้กระทำชำเราครั้งแรกเมื่อเดือน พ.ค.2543 ตลอดมาจนถึงปี 2544 เป็นเวลา 1 ปี และเมื่อเข้าปี พ.ศ. 2545 ได้เข้ามาข่มขืนเดือนละครั้ง ครั้งสุดท้ายเดือน ก.ย.45 ทางญาติทราบเรื่องจึงได้เข้าแจ้งความเลยหลบหนี ซึ่งได้ข่มขืนเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีมาเป็นเวลา 3 ปี แล้วหลบหนีมาบวชที่วัดดังในต.ในควน อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง จนชาวบ้านได้ไว้ใจและศรัทธาได้ให้เป็นเจ้าอาวาสวัดในพื้นที่ดังกล่าว

ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวพระเรืองถาวโรหรือนายเรือง เจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งในจังหวัดตรัง ไปทำการสึกที่วัดควนอินทนินงาม โดยมีพระครูเริงชัย สุภโร เจ้าอาวาสวัดควนอินทนินงาม เจ้าคณะตำบลในควนและตำบลโพรงจระเข้ เป็นพระผู้ทำการสึกให้ และต่อจากนั้นเจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ได้นำตัวนายเรือง มาสอบสวนที่ สภ.เมืองตรัง เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เพื่อนเป็นหลักฐานและจะนำตัวผู้ต้องหาไปส่งให้กับเจ้าของคดีที่ สภ.ต.เมืองการุ้ง อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ตร.เผยยังไม่ปิดคดี ‘อุ้มฆ่าสาวทอม’-ทีมฆ่าอีก 3 ยังลอยนวล

761513-01

ผกก.หนองค้างพลู เผย ยังไม่สรุปสำนวนคดีอดีต ผกก.บ้านโป่ง บ่งการ “อุ้มฆ่าสาวทอม” ชี้ รอผลนิติเวชฯ – ทีมฆ่าอีก 3 ยังลอยนวล

พ.ต.อ.ธนะสิทธิ์ ปานศรี ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลหนองค้างพลู เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปสำนวนคดีที่ พ.ต.อ.อำนวย พงษ์สวัสดิ์ อายุ 58 ปี อดีต ผกก.สภ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ผู้ต้องหาร่วมกันกับพวก บ่งการอุ้มฆ่า น.ส.สุภัคสรณ์ พลไธสง สาวทอมฝั่งดินที่รีสอร์ตใน จ.กาญจนบุรี ส่งให้อัยการได้ เนื่องจากต้องรอผลการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์มาประกอบสำนวนคดีเพิ่มแติม ส่วนผู้ต้องหาอีก 3 ที่ยังหลบหนีการจับกุม ประกอบด้วย ร.ท.ชัยยุทธ เบ็ญจชาติ, จ.ส.อ.ภาณุเมศวร์ มีลา และ นายสามารถ แสงสิน ยังไม่สามารถติดตามจับกุมตัวได้เช่นกัน โดยชุดสืบสวนอยู่ระหว่างลงพื้นที่เพื่อติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

สำหรับคดีนี้ พนักงานสอบสวนได้ออกหมายจับผู้ต้องหา รวมทั้งหมด 8 ราย ในจำนวนนี้คือ พ.ต.อ.อำนวย ในข้อหา จ้างวานให้ผู้อื่นข่มขืนโดยใช้กำลังประทุษร้าย หน่วงเหนี่ยว กักขังผู้อื่น ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เพื่อปกปิดความผิดของตน หรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดที่ตนได้กระทำไว้ และลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพ หรือส่วนของศพ เพื่อปิดบังการตาย หรือเหตุแห่งการตาย โดยขณะนี้ผู้ต้องหาอยู่ระหว่างการฝากขังผัดที่ 2

เปิดเขาคิชฌกูฏ 8 วัน ประชาชนแห่ไหว้รอยพุทธบาทกว่า 4 หมื่นคน

761417-01

เปิดงานนมัสการรอยพระพุทธบาทพลวงเขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี 8 วัน พบประชาชนขึ้นไปบนยอดเขาแล้วกว่า 4 หมื่นคน

วันนี้(4 ก.พ.) บรรยากาศงานนมัสการรอยพระพุทธบาทพลวง เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี ที่เปิดให้นักแสวงบุญขึ้นไปกราบไหว้ขอพร รอยพระพุทธบาทพลวง บนยอดเขาคิชฌกูฏ ขึ้นไปได้ตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่วันที่ 28 มกราคม ที่ผ่านมารวมระยะเวลา 8 วัน มีประชาชน พุทธศาสนิกชนขึ้นไปนมัสการรอยพระพุทธบาทและสัมผัสธรรมชาติอันบริสุทธิบนยอดเขาแล้ว รวม กว่า 40,000 ราย ซึ่งทุกคนที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดต่างชื่นชมความเป็นระเบียบ เรียบร้อย ความสะอาด การอำนวยความสะดวกของเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง การเอาใจใส่และบริการที่ปีนี้คณะผู้จัดงาน ภายใต้การอำนวยการของผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี มีการจัดระเบียบใหม่มุ่งเน้นการปฏิบัติตามกฎที่มีอยู่และการปฏิบัติตามจารีตประเพณีที่เหมาะสม

โดยถือเอาความปลอดภัยของชีวิตประชาชนเป็นสำคัญ มีการบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแล ยกเลิกร้านค้าที่ขายของบนยอดเขาทั้งหมด ลดความแออัดเบียดเสียดของประชาชน และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รณรงค์อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ไม่เพิ่มจำนวนขยะ สิ่งปฏิกูลบนเขาที่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ ซึ่งการจัดระเบียบดังกล่าวส่งผลกระทบต่อผู้ที่ทำธุรกิจค้าขายบนเขาและมีปัญหาข้อเรียกร้องตามมา

อย่างไรก็ตาม จังหวัดยืนยันการจัดงานนมัสการรอยพระพุทธบาท(พลวง)เขาคิชกูฏ จ.จันทบุรีปีนี้จะมีไปถึงวันที่ 28 มีนาคม 2560 ตลอด 24 ชั่วโมง ทุกจุดบนเขาเปิดให้เดินทางได้ตามปกติ ยกเว้นจุดผ้าแดง ที่ช่วงนี้อนุญาตให้ไปได้เฉพาะช่วงกลางวัน เนื่องจากช่วงกลางคืน ไฟฟ้าแสงสว่าง เฉพาะจุดผ้าแดง มีไม่เพียงพอหวั่นเกิดอันตรายแก่ประชาชน นักท่องเที่ยว

จับรองเท้าละเมิดลิขสิทธิ์ 7 หมื่นคู่ มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท

761295-02

กรมศุลกากร แถลงผลจับกุมรองเท้ากีฬาละเมิดลิขสิทธิ์ จำนวน 70,000 คู่ มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท นายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร แถลงผลการจับกุมรองเท้ากีฬาละเมิดลิขสิทธิ์ จำนวน 70,000 คู่ มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท ตามแผนปฏิบัติการพิเศษกรมศุลกากรประจำปีงบประมาณ 2560 จัดการและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับสินค้าเกษตร เนื้อและเครื่องในสัตว์ ตลอดจนสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ในช่วงเทศกาลปีใหม่และตรุษจีน ระหว่างวันที่ 1 ธันวาคม 2559 ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 เพื่อความเป็นธรรมในการจัดเก็บภาษีและขจัดอิทธิพลกลุ่มขบวนการลักลอบค้าของผิดกฎหมาย

โดยการจับกุมในครั้งนี้ สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ สำนักสืบสวนและปราบปราม ทราบว่า อาคารเลขที่ 1/20 ถนนศรีนครินทร์ ต.บางเมือง อ.เมือง จ.สมุทรปราการ อาคารพานิชย์ 4 ชั้น รวม 3 คูหา เป็นโกดังเก็บสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา จึงนำกำลังเข้าตรวจค้น จนพบรองเท้ากีฬาหลากหลายยี่ห้อจำนวนมาก อาทิ ไนกี้ อาดิดาส โอนิสึกะ และ คอนเวิร์ส ซึ่งขณะเข้าจับกุมเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ดูแลโกดังชาวจีน 1 ราย ก่อนนำไปสอบสวนขยายผล

เบื้องต้นสินค้าทั้งหมด ถูกลักลอบนำเข้าจากประเทศจีน ผ่านด่านท่าเรือกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม สำหรับสถิติการจับกุมสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ตั้งแต่เดือน มกราคม 2559 ถึงปัจจุบัน สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้จำนวน 969 ราย ยึดของกลางกว่า 1 ล้าน 5 แสนชิ้น มูลค่ากว่า 122 ล้านบาท

บุกจับ! คลินิกจัดฟันเถื่อน จ.สุโขทัย ของกลางหลายรายการ

761048-02

เจ้าหน้าที่ทหาร สนธิกำลังกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดปราบปราม จ.สุโขทัย บุกจับคลินิกจัดฟันเถื่อน พร้อมของกลางหลายรายการ

นายปัญญา ขวัญวงศ์ หัวหน้ากลุ่มงานทันตสาธารณสุข สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย บุกค้นบ้านและรวบตัว นายวิชัย อายุ 35 ปี พ่อค้าตลาดนัดเปิดคลินิกจัดฟันเถื่อน ที่บ้านเลขที่ 3/316-317 หมู่บ้านเอื้ออาทรสุโขทัย หลังได้รับร้องเรียนจากประชาชน ว่า นอกจากเปิดคลินิกเถื่อนแล้ว ยังมีการมั่วสุมดื่มสุรา ส่งเสียงดัง เมื่อเพื่อนบ้านแจ้งผู้ใหญ่บ้านยังมีการข่มขู่ ทำให้เพื่อนบ้านได้รับผลกระทบและถูกรบกวนตลอดมา เบื้องต้น นายวิชัย ไม่ยอมรับ แต่ต้องยอมจำนนด้วยหลักฐานที่พบกว่า 20 รายการ เช่น เครื่องกรอฐานฟันปลอม รีเทนเนอร์ ตัวยึดแบล็กเก็ต เหล็กจัดฟันแฟชั่น พร้อมอุปกรณ์ทางการแพทย์ โดยคิดราคาตั้งแต่ 500 – 800 บาท เปลี่ยนเหล็กสีครั้งละ 50 บาท

จากการตรวจสอบประวัติพบว่า ผู้ต้องหาเคยถูกจับกุมในลักษณะเดียวกันมาแล้ว และแจ้งความผิดข้อหาประกอบวิชาชีพทันตกรรมโดยไม่ขึ้นทะเบียน ไม่มีใบอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และข้อหาแสดงตนเป็นผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 30,000 บาท ก่อนนำตัวเพื่อดำเนินคดีต่อไป

ยึดเพิ่ม! รถบิ๊กไบค์ ‘เบนซ์ เรซซิ่ง’ จ่อพิจารณาออกหมายเรียก

1-2

รอง ผบช.ปส. เผย “เบนซ์ เรซซิ่ง” ยังไม่ประสานแจงที่มารถลัมโบร์กินี พร้อมยึดรถบิ๊กไบค์เพิ่ม – จ่อพิจารณาออกหมายเรียก พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เปิดเผยเรื่องการเชิญ นายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ เบนซ์ เรซซิ่ง สามี ของ น.ส.ณปภา ตันตระกูล หรือ แพท นักแสดงสาวชื่อดัง มาให้ข้อมูลการถือครองรถยนต์หรูลัมโบร์กินี ที่มีส่วนเชื่อมโยงกับเครือข่ายยาเสพติดนายไซซะนะ ผู้ต้องหาค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่ถูกจับกุมตัวไปก่อนหน้านี้

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ยังไม่รับการประสานจาก นายเบนซ์ ว่าจะเข้ามาพบเวลาใด เพียงแต่ทราบมาจากสื่อมวลชนเท่านั้น ซึ่งหาก นายเบนซ์ จะเข้ามาให้ข้อมูลและชี้แจงที่มาของรถ จะต้องมาพบที่กองบัญชาการปราบปราบยาเสพติด (บช.ปส.) ถ.วิภาวดี ทั้งนี้ หาก นายเบนซ์ ไม่มาในวันนี้ คณะทำงานก็จะนำไปพิจารณาข้อขัดข้องว่า ติดภารกิจอะไร จึงจะเตรียมออกหมายเรียกต่อไป

ส่วนรถบิ๊กไบค์ Ktm Supper duke1290 สีส้ม ที่อยู่กับรถลัมโบร์กินี ที่ บช.ปส. นั้น มีผู้หวังดีแจ้งมาว่า จอดอยู่ย่านรามอินทรา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรับมาที่เมื่อเวลาประมาณ 19.00 น. เมื่อวานนี้ ซึ่งคาดว่ารถคันดังกล่าวเป็นรถที่เบนซ์ขับออกจากแมนชั่นย่านอินทรมะระ ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้าบุกค้น

โจ๋พัทยาฉุน หนุ่มเกาหลีสั่งให้เบาเพลง พาพวกรุมกระทืบ

4-2

วัยรุ่นพัทยาฉุน หนุ่มเกาหลีเดินมาบอกให้เบาเสียงเพลง ไม่พอใจพาพวกรุมทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบริเวณปากซอย 6 เลียบชายหาดพัทยา เมื่อเวลา 02.00น. วันที่ 2 ก.พ. 60 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุนักท่องเที่ยวถูกทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบริเวณปากซอย 6 เลียบชายหาดพัทยา ม.9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีทราบชื่อต่อมาคือ MR.DOO JIN CHOI อายุ 50 ปี ได้รับบาดเจ็บที่คิ้วซ้ายเป็นแผลฉีกขาดขนาดใหญ่ เลือดไหลอาบใบหน้า ตามร่างกายมีรอยฟกช้ำทั่ว นั่งรอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ จึงได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนเคลื่อนย้ายส่งโรงพยาบาลเมืองพัทยา สอบถาม น.ส.พรทิพย์ สูนทรา 46 ปี เล่าว่า ตนเองและแฟนหนุ่มกำลังนั่งรับประทานอาหาร ได้มีกลุ่มวัยรุ่นกว่า 10 คน จอดรถยนต์กระบะเปิดเพลงส่งเสียงดัง แฟนหนุ่มจึงเดินเข้าไปบอกให้ลดเสียง สร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่มวัยรุ่นจึงเกิดการโต้เถียงกัน ก่อนกลุ่มวัยรุ่นจะรุมทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ หลังก่อเหตุก็รีบโดดขึ้นกระบะแต่งซิ่งหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้วิทยุสกัดจับกลุ่มวัยรุ่นทั้งหมด แต่ก็ยังไร้วี่แวว จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในบริเวณที่เกิดเหตุ เพื่อติดตามตัวกลุ่มวัยรุ่นมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

อึ้ง! ชายพิการขอทานในงานวัด พกเงินสดผูกเอวนับแสน

01_739-768x463

อึ้ง! ชายพิการขอทานในงานวัด พกเงินสดผูกเอวนับแสน เจ้าหน้าที่พาไปเปิดบัญชี เพื่อความปลอดภัย วานนี้ (1 ก.พ.) ที่วัดไชยธารารามหรือวัดฉลอง ต.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต เจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกันสอบสวนชายชราพิการขาข้างซ้าย ที่มีพฤติกรรมขอทาน ซึ่งเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไว้ได้ภายในบริเวณวัด หลังได้รับแจ้งจากประชาชนว่ามีกลุ่มขอทานเข้ามาขอทานในช่วงที่มีการจัดงานประจำปีหรืองานวัด สร้างความเดือดร้อนรำคาญ

จากการตรวจค้นพบบัตรประจำตัวประชาชนระบุคือ ชื่อนาย ฮกจ๋าย ขอสงวนนามสกุลอายุ 67 ปี ภายในตัวพบว่ามีเงินทั้งธนบัตรใบละ 20 และเหรียญ จำนวนมาก นับรวมกันประมาณ 1 พันบาท นอกจากนี้ยังมีถุงดำบรรจุกระป๋อง ขวดน้ำ ต่างๆ ที่ติดตัวมา ก่อนที่เจ้าหน้าที่พยายามสอบถามเพิ่มเติม แต่นายฮกจ่าย ได้พยายามปฏิเสธ และบอกว่ามีเงินติดตัวเพียงประมาณ 1 พันเท่านั้น ขณะที่พยายามสอบถามข้อมูลอยู่นั้น ได้สังเกตเห็นว่าที่ขอบกางเกงของนาย ฮกจ๋าย มีลักษณะบวมป่องผิดปกติ อีกทั้งเมื่อเข้าไปใกล้ก็พยายามปัดมือออกห่าง มีพิรุธ จึงจับดูที่บริเวณรอบเอว พบมีการซุกซ่อนเงินไว้ในถุงพลาสติกมัดด้วยเชือกฟางไว้รอบเอว จึงขอให้แกะมาตรวจสอบ โดยช่วงแรกนายฮกจ๋ายพยายามขัดขืน กระทั่งจนท.พยายามพูดคุยจนยอมให้นำออกมานับ ซึ่งพบว่ามีจำนวน 13 มัด(ถุง) จำนวนเท่าๆ กัน เจ้าหน้าที่ตรวจนับเพียงถุงแรกนับได้ประมาณ 7,000 บาท และคำนวณเบื้องต้นน่าจะมีไม่ต่ำกว่า 1 แสนบาท จึงให้เจ้าหน้าที่นำตัวส่งศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งภูเก็ต (บ้านมิตรไมตรีภูเก็ต) เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทำประวัติก่อนให้การช่วยเหลือตามขั้นตอนต่อไป

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้นำตัวไปลงบันทึกประจำวันที่สภ.ฉลอง ก่อนจะส่งตัวเจ้าหน้าที่ พัฒนาสังคม ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งภูเก็ต (บ้านมิตรไมตรีภูเก็ต)มารับตัวเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป ล่าสุด ทราบว่าเป็นเงินเก็บที่มาจากการเก็บของเก่าขาย โดยมีการพกติดตัวตลอดเวลา เจ้าหน้าที่เกรงว่าจะสูญหายหรือเกิดอันตรายจึงจะต้องจะดำเนินการตรวจนับก่อนนำไปเปิดบัญชีฝากเข้าธนาคารให้เรียบร้อย เพื่อความปลอดภัย

ชาวบ้านผวา!! แก๊งลักเด็กอาละวาด ป้ายยาอุ้มเด็กขึ้นรถ

760599-04

ชาวบ้านที่นครศรีธรรมราชผวาหนัก หลังแก๊งลักเด็กอาละวาด ป้ายยา-อุ้มขึ้นรถ ผู้สื่อข่าว MThai รายงานว่า วานนี้ (31 ม.ค. 60) สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รับการร้องเรียนจากนายประภาส เฮ่าตระกูล ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดหัวอิฐ ต.โพธิ์เสด็จ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เพื่อขอความช่วยเหลือ หลังเกิดเหตุนักเรียนหญิงรายหนึ่งถูกป้ายยา ก่อนจะอุ้มขึ้นรถ โชคดีที่น้าสาวของเด็กไหวตัวทันประกาศขอความช่วยเหลือผ่านโลกออนไลน์ ก่อนที่จะช่วยเหลือไว้ได้อย่างปลอดภัย

โดยนายประภาส เผยว่า การเข้าร้องเรียนดังกล่าวก็เพื่ออยากให้สื่อมวลชนช่วยติดตามนำเสนอข่าว เพื่อเตือนภัยพ่อแม่ ผู้ปกครองให้ระมัดระวังบุตรหลานที่อาจจะตกเป็นเหยื่อของคนร้ายได้ ขณะเดียวกันก็ฝากไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งตำรวจ และหน่วยงานปกครอง เร่งติดตามล่าตัวกลุ่มคนร้ายมาดำเนินคดี และหามาตรการป้องกันปราบปรามไม่ให้เกิดเหตุดังกล่าวขึ้นซ้ำอีก เพราะตนเชื่อว่าแก๊งคนร้ายได้มีการทำเป็นกระบวนการ

ทั้งนี้หลังได้การรับร้องเรียนดังกล่าว ทางผู้สื่อข่าวก็ได้ติดต่อไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที ซึ่งตำรวจก็เร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามจุดต่าง ๆ รวมทั้งที่สถานีรถไฟ เบื้องต้นทราบข้อมูลแล้ว ขณะนี้เร่งรวบรวมพยานหลักฐานในการติดตามจับกุมตัวคนร้ายแก๊งนี้ มาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเร่งด่วนต่อไป