พุ่งพรวด 17 อันดับ! “ช้างศึก” ขยับรั้งที่ 129 ของโลก, ที่ 18 เอเชีย

“ทัพช้างศึก” ทีมชาติไทย อันดับขยับขึ้นไปอยู่ที่ 129 ของโลก และที่ 18 ของเอเชีย จากการประกาศอันดับตารางคะแนนล่าสุดของ เว็บไซต์สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา

เว็บไซต์สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ประกาศการจัดอันดับโลกประจำเดือนพฤศจิกายนออกมาเป็นที่เรียบร้อย ปรากฏว่า ทีมชาติไทย อันดับขยับขึ้นไปอยู่ที่ 129 ของโลก, ที่ 18 ของเอเชีย และอันดับ 2 ของอาเซียน เหมือนเดิม

จาก ผลฟุตบอล หลังเสมอทีมชาติออสเตรเลีย 2-2 ในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกที่ผ่านมา รวมถึงชนะอินโดนีเซีย และ สิงคโปร์ ในศึกชิงแชมป์อาเซียน ทำให้ทีมชาติไทยขยับจากอันดับ 146 ของโลก ขึ้นมาอยู่อันดับ 129 ของโลกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

แม้จะขึ้นมา 17 อันดับ แต่ไทยยังคงเป็นเบอร์สองของอาเซียน หลังฟิลิปปินส์ยังยึดเบอร์หนึ่งได้อย่างเหนียวแน่นจากการขยับขึ้นไปอยูที่ 117 ของโลก ส่วนในเอเชีย จากเดือนก่อนไทยอยู่ในอันดับ 26 ในเดือนนี้ทีมขยับขึ้นอยู่ที่ 18 และกลับมาติดในท็อป 20 ของเอเชียอีกครั้ง

ส่วนอันดับที่ 1 ของโลกเป็น อาร์เจนตินา ตามมาด้วย บราซิล, เยอรมัน และ ชิลี ส่วน โปรตุเกส ทีมแชมป์ยูโร 2016 อยู่อันดับที่ 8 ของโลก

ขณะที่อันดับ 1-5 ของเอเชีย มีการเปลี่ยนแปลง โดย ซาอุดิอาระเบีย กลับมาติด 5 อันดับแรกได้อีกครั้ง โดยอันดับ 1-5 ประกอบด้วย อิหร่าน, เกาหลีใต้, ญี่ปุ่น, ออสเตรเลีย และ ซาอุดิอาระเบีย ซึ่งการประกาศอันดับแรงกิ้งครั้งต่อไป สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า จะมีขึ้นอีกครั้งในช่วงต้นเดือนหน้า

ถึงเวลาอำลา! “เจอร์ราร์ด” ประกาศแขวนสตั๊ดทางการ

ถึงเวลาอำลา! "เจอร์ราร์ด" ประกาศแขวนสตั๊ดทางการ

สตีเว่น เจอร์ราว์ด มิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษ อดีตกัปตันทีม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ประกาศแขวนสตั๊ดอย่างเป็นทางการ  หลังแยกทางกับ แอลเอ แกแล็กซี่ สโมสรสุดท้ายในอาชีพค้าแข้ง

ดาวเตะวัย 36 ปี เพิ่งจะแยกทางกับ แอลเอ แกแล็คซี สโมสรใน เมเจอร์ลีก สหรัฐฯ เมื่อสัปดาห์ก่อน หลังก่อนหน้านี้เคยสร้างผลงานไว้อย่างมากมายภายใต้สีเสื้อของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ตลอดการลงเล่นยาวนานถึง 17 ปี โดยมีสถิติลงสนามมากถึง 710 นัด และทำไป 186 ประตู จากทุกรายการ

ขณะที่ในนามทีมชาติ เคยได้รับเกียรติให้รับบทกัปตันทีมสิงโตคำราม พร้อมลงสนามรับใช้บ้านเกิดไปมากถึง 114 นัด ทำไป 21 ประตู

คนแรกของโลก! “แม็คเกรเกอร์” ซิวแชมป์สองรุ่น UFC

การแข่งขัน UFC 205 ที่ เมดิสัน สแควร์ การ์เด้น, นิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา คู่เอกของรายการ คอเนอร์ แม็คเกรเกอร์ เจ้าของแชมป์โลก UFC รุ่นเฟเธอร์เวท ข้ามรุ่นท้าชิงแชมป์กับ เอ็ดดี้ อัลวาเรซ เจ้าของแชมป์รุ่นไลท์เวท

โดยเกมการแข่งขันเป็นไปอย่างสนุก ก่อนที่ คอเนอร์ แม็คเกรเกอร์ จะอาศัยกำปั้นอันทรงพลัง และเอาชนะได้ในยกสอง ด้วยการปล่อยหมัดชุดเข้าใส่ใบหน้าของ เอ็ดดี้ อัลวาเรซ จนร่วงไปกับพื้น ก่อนตามไปต่อยไม่ยั้ง ทำให้ผู้ตัดสินตัดสินใจยุติการชกในนาทีที่ 03.04 ของยกที่สองเท่านั้น

ทำให้ นักสู้วัย 28 ปี ผงาดคว้าเข็มขัดแชมป์โลก UFC รุ่นไลท์เวท มาครองได้าสำเร็จ พร้อมทั้งจารึกชื่อในประวัติศาสตร์ว่าเป็น ยอดนักสู้คนแรกที่สามารถครองแชมป์โลก UFC ได้ถึงสองรุ่น

โดยเจ้าตัวเป็นแชมป์รุ่นเฟเธอร์เวท เมื่อเดือนธันวาคม ปี 2015 ถึงปัจจุบัน ก่อนที่จะมาคว้าแชมป์รุ่นไลท์เวท ล่าสุด

นอกจากนี้ ทาง ศึก UFC ยังได้ประกาศว่า UFC 205 ในครั้งนี้ ทำสถิติยอดบัตรผ่านประตูสูงที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยเก็บค่าบัตรผ่านประตูสูงที่สุดเป็นจำนวนเงินถึง 17,700,000 เหรียญสหรัฐฯ

เมื่อสิงโตคำรามได้ใจ จากทีมคนละเกรด

ชัยชนะเหนือวิสกี้ “ทีมชาติสก็อตแลนด์” 3-0 ของขุนพลสิงโตคำราม “ทีมชาติอังกฤษ” น่าจะทำให้มุมมองของแฟนบอลที่มีต่อกุนซือขัดตาทัพอย่าง “แกเร็ธ เซาธ์เกต” ดีขึ้น หลังจากก่อนหน้านี้ 2 นัดในเดือนตุลาคมที่รับหน้าที่ขัดตาทัพ ทำได้แค่ชนะสมันน้อยอย่าง “ทีมชาติมอลตา” แค่ 2-0 และยังเสมอกับ “ทีมชาติสโลวีเนีย” แบบโนสกอร์อีกต่างหาก

แต่เกมล่าสุดต้องยอมรับว่ามีความสำคัญและแฟนบอลเลือดผู้ดีให้ความสำคัญมากว่านัดอื่นๆเพราะเป็นศึกสายเลือดระหว่าง “อังกฤษ” กับ “สก็อตแลนด์” ซึ่งฝ่ายหลังเป็นส่วนหนึ่งของสหราชอาณาจักรมาหลายร้อยปีแล้วตามประวัติศาตร์ โดยถามคนสก็อตแลนด์เค้าก็จะบอกว่าเป็น “สก็อต” มีวัฒนธรรม ภาษาของตัวเอง (คล้ายภาษาอังกฤษ) และไม่ใช่ชาวอังกฤษเด็ดขาด แม้ในปัจจุบันจะถือว่าเป็นประเทศเดียวกัน

3 ประตูจาก “ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์” “อดัม ลัลลาน่า” และ “แกรี่ เคฮิลล์” ถ้าดูแค่ผลการแข่งขันก็น่าจะมีความสุข สามารถเก็บ 3 แต้มสำคัญ เป็นอันดับ 1 ของกลุ่มเอฟในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก โซนยุโรป รอบแบ่งกลุ่ม ยิ่งไปกว่านั้นยังมีเสียงสนันสนุนให้กุนซือหนุ่มขัดตาทัพอย่าง “เซาธ์เกต” ทำงานถาวรไปเลย โดยเฉพาะเสียงของเฮียหมูอย่าง “เวนย์ รูนีย์”ที่หวังอย่างนั้น อาจจะเพราะได้เป็นตัวจริงควบกับตันทีม

ถ้าดูจากเหตุผลของเฮียหมู ว่านักเตะภายในทีมสบายๆกับการทำงานร่วมกับกุนซือคนนี้ อาจจะวิเคราะห์ได้ว่าเจ้าตัวยังไม่อาจหาญกล้าออกคำสั่งอะไรที่เด็ดขาดหรือรุนแรง เพราะยังเกรงใจนักเตะหลายๆคนด้วยพรรษาประสบการณ์ในการคุมทีมที่ผ่านมายังไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันสักเท่าไหร่ในแง่ความสำเร็จ


ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดในการปกครองคนสำหรับผู้ที่เพิ่งเข้ามาเป็นหัวหน้า หรือหัวหน้าที่วัยวุฒิไม่ต่างจากลูกน้อง ขั้นแรกก็คือต้อง “ซื้อใจ” ลูกทีมให้ทีม ถ้าสมมุติว่าเจ้าตัวไปออกคำสั่งหรือระเบียบอะไรรุนแรงก็อาจจะทำให้โอกาสลึกๆที่เชื่อว่าคนที่เป็นโค้ชทุกคนอยากเป็นอย่างโค้ชทีมชาติของตัวเอง จะหลุดลอยได้ง่ายๆ

อย่างไรก็ตามในเรื่องของแท็กติคและระบบทีมที่เห็นในเกมล่าสุดก็ยังไม่สามารถบอกได้ว่าเจ้าตัว “เหมาะสม” กับนายใหญ่ของทัพทรีไลอ้อนหรือไม่ เพราะยังเป็นรูปแบบที่ไม่มีอะไรเปลี่ยนจากกุนซือคนก่อนๆ แถมนักเตะภายในทีมก็รู้ว่าต้องเล่นแบบนี้จากการเล่นมาในสโมสรหรือกุนซือคนก่อนๆ

ยิ่งไปกว่านั้นถ้าไปดูสถิติหลังเกม ใช่!!! ขุนพลสิงโตคำรามอาจจะครองบอลได้มากกว่า 63 ต่อ 37แต่ก็ไม่ได้มากเกินไปหรือเหนือกว่าสำหรับการเล่นเป็นเจ้าบ้านในสนามเวมบลีย์ของตัวเอง และเกมนี้สถิติการยิงประตูกลับเป็นทีมเยือนของ “กอร์ดอน สตรัคครั่น” ที่มีมากกว่า 11 ครั้ง (เข้ากรอบให้ “โจ ฮาร์ท” เซฟ2 ครั้ง) ต่อ 7 ครั้ง (เข้ากรอบ 3 ครั้ง)

จากตรงนี้เห็นได้ว่าทำไมในสนาม “สตรัคครั่น” ถึงหัวเสียเพราะยิงกันไม่เข้า ทั้งๆที่โอกาสก็มากกว่า มาเล่นตามแท็คติคอาจจะไม่ได้ครองบอลมากกว่าแต่ก็สามารถหาโอกาสได้เรื่อยซึ่งบรรดานักเตะทีมแดนขี้เมายิงกันไม่ได้เอง บวกกับแนวรับของทีมที่อ่อนหัดกันเองจึงเสียประตู อย่างเซนเตอร์ก็ระดับทีมหนีตายหรือลีกวัน “คริสโตเฟอร์ เบอร์ร่า” กับ “แกรน์ ฮานลีย์” คนนึงเคยเล่นให้ “วูลฟ์แฮมตัน” อีกคนอยู่กับ “แบล็กเบิร์น โรเวอร์”

สุดท้ายชัยชนะนัดนี้อาจจะทำให้ “ทีมชาติอังกฤษ” ได้ใจ แต่อยากจะบอกว่าตื่นเถอะเพราะถ้าเปรียบเทียบกับทีมสโมสรก็ชนะทีมในระดับลีก แชมเปี้ยนชิพเท่านั้นเอง ขอให้รอเกมอุ่นเครื่องอีก 2 นัดข้างหน้าในการเจอกับ “ทีมชาติสเปน” และ “ทีมชาติเยอรมัน” ก่อน ค่อยมาว่ากันว่า อวยกันเองจนได้ใจอยู่หรือเปล่า

“เอเอฟเอฟ” ขู่ “มาเลเซีย” หากถอนทีมเจอบทลงโทษหนักแน่

"เอเอฟเอฟ" ขู่ "มาเลเซีย" หากถอนทีมเจอบทลงโทษหนักแน่

สหพันธ์ฟุตบอลอาเซียน (เอเอฟเอฟ) ออกโรงเตือน “เสือเหลือง” ทีมชาติมาเลเซีย เจอโทษหนักแน่ หลังมีกระแสว่าเตรียมที่จะถอนตัวจาก ศึก เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2016 เนื่องจากไม่พอใจที่ เมียนมา เจ้าภาพในกลุ่มบี ที่ปฏิบัติไม่ยุติธรรมกับกลุ่มชาวมุสลิมโรฮิงยา

ดาโต๊ะ เสรี อัซซุดดิน อาหมัด เลขาธิการ สหพันธ์ฟุตบอลอาเซียน เผยว่า “พวกเราคงจะผิดหวังถ้า มาเลเซีย ขอถอนตัว นอกจากนั้น เอเอฟเอฟ ยังอาจสูญเสียความเชื่อมั่นในตัว ซุลต่าน อาหมัด ชาห์ ประธานของพวกเขา หากมีการถอนทีมจริง ทาง ฟีฟ่า และ เอเอฟเอฟ อาจสั่งลงโทษแบน มาเลเซีย ออกจากการแข่งขันใน 2 ครั้งต่อไป”

พร้อมกันนี้ อัซซุดดิน อาหมัด ยังเผยว่าสมาคมฟุตบอลเมียนมา รู้สึกกังวลกับข่าวนี้เช่นกัน และไม่อยากให้นำเรื่องของการเมืองมายุ่งเกี่ยวกับกีฬา โดยระบุว่า “ผมไม่เห็นด้วยกับการทำแบบนี้ ฟุตบอลเป็นกีฬา ไม่ควรเอาเรื่องการเมืองมาเกี่ยวข้อง หากคุณอยากแสดงการประท้วง ผมยังเชื่อว่ามันมีสถานที่แห่งอื่นที่สามารถไปแสดงความคิดเห็นของพวกคุณได้ ที่ไม่ใช่เวทีกีฬาแบบนี้”

ลุ้นตีตั๋วเกมสุดท้าย! “ปีศาจแดง” ไล่ถลุง “เฟเยนูร์ด” 4-0

ลุ้นตีตั๋วเกมสุดท้าย! "ปีศาจแดง" ไล่ถลุง "เฟเยนูร์ด" 4-0 (คลิป)

“ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ฟอร์มดุหลังเปิดบ้านไล่ถล่ม เฟเยนูร์ด จากฮอลแลนด์ 4-0 ใน ศึกยูโรป้า ลีก

ศึกยูโรป้า ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม เอ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่าน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมดังจากอังกฤษ เปิดรัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ดวล เฟเยนูร์ด จากฮอลแลนด์

แมนฯ ยูไนเต็ดในที่สุดก็ส่งมคิทาร์ยานออกสตาร์ทเป็นตัวจริงได้ แล้วให้ชอว์กลับมาประจำการแบ็คซ้ายด้วยขณะที่บลินด์มายืนเป็นเซ็นเตอร์อีกนัดนึง

ด้าน เฟเยนอร์ด ก็ไม่ได้เปลี่ยนตัวจากช่วงสุดสัปดาห์มากนักจะมีก็ให้ดัมเมอร์สลงแทนบอทเทกินที่ติดโทษแบน ส่วนทาเปียลงเล่นในแดนกลางแทนอาห์มาดี้

ผลปรากฎว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ เฟเยนูร์ด จากฮอลแลนด์ 4-0 โดย “ผีแดง” ได้ประตูจาก เวย์น รูนีย์ นาทีที่ 35, ฆวน มาตา นาทีที่ 70, แบรด โจนส์ (ทำเข้าประตูตัวเอง) นาทีที่ 75 และ เจสซี ลินการ์ด ซัดปิดท้าย ในนาทีที่ 90 ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด มี 9 คะแนนจาก 5 นัดอยู่ที่ 2 ส่วน เฟเยนูร์ด มี 7 คะแนนรั้งอันดับ 3

ชุดขาวเต็มสูบดวลสปอร์ติง

แกเรธ เบล, คริสเตียโน โรนัลโด, คาริม เบนเซมา, ซีเนอดีน ซีดาน, สปอร์ติง ลิสบอน, รีล มาดริด, รอบแบ่งกลุ่ม, แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม, แชมเปี้ยนส์ลีก, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก, ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก, ฟุตบอลยูฟ่า, ฟุตบอล, บู๊, แชมเปี้ยนส์, ลีก, ชุด, ขาว, เต็ม, สูบ, ดวล, สปอร์, ติง, ราชันชุดขาว

ศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม นัดที่ 5 คืนวันอังคารที่ 22 พฤศจิกายนนี้ กลุ่ม เอฟ “ราชันชุดขาว” รีล มาดริด แชมป์เก่าจากสเปนที่มี 8 แต้ม จะออกไปเยือน สปอร์ติง ลิสบอน จากโปรตุเกสที่มี 3 แต้ม ที่เอสตาดิโอ ชูเซ อัลวาเลด เวลา 02.45 น. โดยทีมเยือนต้องการแค่เสมอจะเข้ารอบตาม ดอร์ทมุนด์ ทันที แต่ ซีเนอดีน ซีดาน กุนซือ “ราชันชุดขาว” มองถึงชัยชนะเพื่อการลุ้นเป็นแชมป์กลุ่มในนัดสุดท้าย จึงจะส่ง 3 ประสาน คาริม เบนเซมา, คริสเตียโน โรนัลโด และแกเรธ เบล กลับมาเล่นพร้อมกัน หลังจากที่ เบนเซมา เป็นเพียงตัวสำรองในเกมล่าสุดที่บุกไปชนะ แอตเลติโก มาดริด 3-0

อีกคู่แข่งในเวลาเดียวกัน ดอร์ทมุนด์ จากเยอรมนีที่มี 10 แต้ม จะเปิดเวสต์ฟาเลน สเตเดียม ต้อนรับ ลีเกีย วอร์ซอ จากโปแลนด์ที่มีแต้มเดียว หากว่าเจ้าถิ่นชนะจะเพิ่มโอกาสเป็นแชมป์กลุ่ม ส่วนทีมเยือนยังต้องการแต้มเพื่อลุ้นไปเล่นยูโรปาลีก

ส่วน กลุ่ม เอช แข่งเวลา 02.45 น. เซบีญา จากสเปนที่มี 10 แต้ม จะเปิดรามอน ซานเชซ ปิซฆวน พบ ยูเวนตุส จากอิตาลีที่มี 8 แต้ม หากเจ้าถิ่นชนะจะคว้าแชมป์กลุ่มทันที แต่ถ้าทีมเยือนชนะจะเข้ารอบอย่างแน่นอนพร้อมได้เปรียบในการเป็นแชมป์กลุ่ม และอีกคู่ ดินาโม ซาเกร็บ จากโครเอเชียที่ไม่มีแต้ม จะเปิดสตาดิโอน มักซิเมียร์ พบ โอลิมปิก ลียง จากฝรั่งเศสที่มี 4 แต้ม

“เรดเดอร์ส”แซงชนะเท็กซานส์

ลามาร์ มิลเลอร์, แบร็กซ์ตัน มิลเลอร์, บร็อค ออสไวเลอร์, เซบาสเตียน ยานิคอฟสกี, ยาเลน ริชาร์ด, ดีเร็ค คาร์, ฮุสตัน เท็กซานส์, โอ๊คแลนด์ เรดเดอร์ส, นัดมันเดย์ไนท์, มันเดย์ไนท์, อเมริกันฟุตบอลเอ็นเอฟแอล, เอ็นเอฟแอล, อเมริกันฟุตบอล, เรด, เดอร์ส, แซง, ชนะ, เท็ก, ซาน, เรดเดอร์ส, สลัดตาเดียว, กระทิงดุ

ศึกอเมริกันฟุตบอลเอ็นเอฟแอล นัดมันเดย์ไนท์ เมื่อเช้าตามเวลาประเทศไทย “สลัดตาเดียว” โอ๊คแลนด์ เรดเดอร์ส ยกพลไปแข่งขันที่สนาม เอสตาดิโอ อัซเตก้า เมืองเม็กซิโก ซิตี้ ประเทศเม็กซิโก พบกับ “กระทิงดุ” ฮุสตัน เท็กซานส์

เปิดฉากควอเตอร์แรก ทั้งสองทีมเจาะทำสกอร์ไม่สำเร็จ และเป็น เท็กซานส์ ที่ได้ 3 แต้มจากการเตะฟิลด์โกล 32 หลาของ นิค โนวัค จากนั้นในควอเตอร์ที่สอง “สลัดตาเดียว” เริ่มเครื่องร้อนทำ 10 แต้มจากทัชดาวน์ที่ ดีเร็ค คาร์ ขว้าง 17 หลาให้ ยาเลน ริชาร์ด บวกกับฟิลด์โกล 19 หลาของ เซบาสเตียน ยานิคอฟสกี ทว่า บร็อค ออสไวเลอร์ จอมทัพกระทิงดุ ยังโต้กลับมาขว้างทัชดาวน์ 12 หลาให้กับ แบร็กซ์ตัน มิลเลอร์ ตีเสมอได้ 10-10 ก่อนหมดครึ่งแรก

ถัดมาในควอเตอร์ที่สาม เท็กซานส์ แซงนำ 17-10 เมื่อ ลามาร์ มิลเลอร์ คว้าบอลวิ่ง 1 หลาเข้าเอนด์โซน ขณะที่ เรดเดอร์ส ตีตื้นได้แค่ 3 แต้มจากฟิลด์โกล 20 หลาของ ยานิคอฟสกี ไล่มาเป็น 13-17
จนกระทั่งควอเตอร์สุดท้าย เท็กซานส์ ขยับหนีไปอีก 20-13 เมื่อได้ โนวัค ซัดฟิลด์โกล 28 หลาเข้าประตู ทว่า “สลัดตาเดียว” ยังสามารถเค้นฟอร์มเก่งออกมาได้ เมื่อ คาร์ ขว้าง 2 ทัชดาวน์ให้ เจไมซ์ โอลาวัล 75 หลา และอมารี คูเปอร์ 35 หลา ช่วยให้ เรดเดอร์ส พลิกมาเอาชนะ 27-20 คะแนน เพิ่มสถิติชนะ 8 แพ้ 2 รั้งจ่าฝูงกลุ่มเอเอฟซีตะวันตก ขณะที่ เท็กซานส์ มีสถิติชนะ 6 แพ้ 4 เป็นทีมนำกลุ่มเอเอฟซีใต้

‘เคน’ดับลือไป‘แมนฯยู’ หลังย้ำเองสุขดีกับ‘สเปอร์ส’

แฮร์รี่ เคน (ภาพ AFP)

“เดลี่ มิร์เรอร์” สื่อประเทศอังกฤษ รายงานว่า แฮร์รี่ เคน ศูนย์หน้าตัวเก่ง “ไก่เดือยทอง” ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ ที่รับค่าเหนื่อยแค่ 60,000 ปอนด์ (2.64 ล้านบาท / อัตรา 1 ปอนด์ 44 บาท) ต่อสัปดาห์ และตกเป็นข่าวลือย้ายไป “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อยู่ตลอดเวลา ยืนยันว่ายังมีความสุขดีในถิ่นไวท์ฮาร์ทเลน และหวังว่าจะได้รับการต่อสัญญาฉบับใหม่ในอนาคตข้างหน้า

เคนในวัยเพียง 23 ปี แต่ทำประตูให้สเปอร์สไปแล้วถึง 69 ลูกจาก 135 นัดทุกรายการ โดยเฉพาะ 25 ประตูในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาลก่อน จนเกือบทำให้ทีมคว้าแชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดีครั้งแรกในรอบ 55 ปี ทว่าได้ค่าเหนื่อยน้อยกว่าอูโก้ โยโริส นายทวารกัปตันทีม และมิเชล ฟอร์ม อีกหนึ่งนายทวาร ที่รับเงินมากสุดทีม 80,000 ปอนด์ (3.52 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ ซึ่งนับว่าน้อยสำหรับนักเตะระดับซุปเปอร์สตาร์

อย่างไรก็ตาม หัวหอกทีมชาติอังกฤษ ที่เพิ่งทำ 2 ประตูในช่วงท้ายเกมให้สเปอร์สเปิดบ้านแซงชนะเวสต์แฮม ยูไนเต็ด 3-2 เกมลีกนัดที่ 12 เผยว่าตัวเองยังมีความมุ่งมั่นในการเล่นให้สเปอร์ส และพยายามคว้าแชมป์กับทีมอย่างเต็มเปี่ยม แม้นักบอลหลายคนจะมองเรื่องการต่อสัญญาเป็นเรื่องใหญ่ แต่ตนกลับมีความสุขดีกับชีวิตในทุกวันนี้ ส่วนเรื่องสัญญาฉบับใหม่ได้มีการคุยกันในเรื่องนี้ไปบ้างแล้ว

ว่ายน้ำพอใจผลงานศึกเอเชีย ส่งเก็บตัวญี่ปุ่น-ออสซี่ก่อนลุยซีเกมส์

20161115_064740

ความเคลื่อนไหวนักว่ายน้ำทีมชาติไทยชุดสู้ศึกว่ายน้ำชิงแชมป์เอเชีย ครั้งที่ 10 ระหว่างวันที่ 14-20 พฤศจิกายน ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งในครั้งนี้สมาคมกีฬาว่ายน้ำแห่งประเทศไทยได้ส่งทีมเข้าแข่งขัน 3 ชนิดกีฬาคือ โปโลน้ำหญิง, ว่ายน้ำ และ ระบำใต้น้ำ ล่าสุดเมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 21 พฤศจิกายนที่ผ่านมา คณะนักกีฬาทั้งหมดได้เดินทางกลับถึงประเทศไทยแล้ว

นายศักดิ์ชัย สุริยวงศ์ ผู้จัดการทีมว่ายน้ำไทย เปิดเผยว่า สำหรับผลงานนักว่ายน้ำไทยในการแข่งขันครั้งนี้สามารถทำลายสถิติประเทศไทยได้ 1 รายการ จาก รดมยศ มาตเจือ ในท่ากบ ระยะ 50 เมตรชาย นอกจากนั้นยังสามารถเข้าชิงชนะเลิศได้ 21 รายการ จบอันดับ 4 อีก 3 รายการ ต้องยอมรับว่าในระดับเอเชียนั้น ญี่ปุ่นและจีน นั้นแข็งแกร่งมากๆ ทำลายสถิติร่วมกันมากกว่า 20 รายการ จากนี้ไปนักกีฬาทุกคนจะกลับมาซ้อมต่อเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับลุยศึกซีเกมส์ปีหน้าที่มาเลเซีย โดยมีแผนจะส่งนักกีฬาไปเก็บตัวฝึกซ้อมที่ออสเตรเลียหรือญี่ปุ่น ใช้เวลาเก็บตัว 5 สัปดาห์

ขณะที่พลเรือโทชนินทร์ แสงเฟื่อง ประธานฝ่ายโปโลน้ำ เปิดเผยว่า ผลงานของทีมโปโลน้ำสาวไทยถือว่าเป็นไปตามที่คาดเอาไว้คือชนะสิงคโปร์ กับ ฮ่องกง และจบอันดับ 5 เวลานี้ สรุปได้ว่าโปโลน้ำไทยถือเป็นทีมชั้นนำของเอเชียแล้ว ก็หวังไว้ว่าทีมจะแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ และทำได้ดีในเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 18 ที่ประเทศอินโดนีเซีย ในอีก 2 ปีข้างหน้า ส่วนแผนงานต่อจากนี้จะส่งนักกีฬาไปเก็บตัวที่ ประเทศออสเตรเลีย หรือ นิวซีแลนด์ รวมถึงประเทศกรีซ ที่ทาง แดเนี่ยล เฟอร์รี่ เฮดโค้ชชาวอิตาเลี่ยนได้ติดต่อเอาไว้แล้ว