พ่อค้าแทบช็อก ลูกค้าสั่งพวงมาลัยดอกมะลิ 1.1 ล้านพวงแก้บน

8VH0An

พ่อค้าแทบช็อกสั่งพวงมาลัยดอกมะลิ 1.1 ล้านพวงแก้บน เจ้าของร้านดอกไม้ยืนยันเรื่องจริง แต่ลูกค้าขอเลื่อนหลังสื่อเกาะติดเหตุไม่อยากเป็นข่าว คาดเลื่อนไปเดือนเมษายน

หลังจากที่ก่อนหน้านี้เจ้าของร้านพวงมาลัยดอกมะลิ บริเวณทางขึ้นวัดพระธาตุดอยคำ ต.แม่เหียะ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ สร้างความฮือฮาด้วยการเปิดเผยว่ามีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่สั่งทำพวงมาลัยดอกมะลิเพื่อแก้บนหลวงพ่อทันใจที่วัดพระธาตุดอยคำเป็นจำนวนถึง 1.1 ล้านดอก มากที่สุดเป็นประวัติการณ์เท่าที่เคยมีการแก้บนมา ซึ่งการแก้บนมีขึ้นหลังจากมารดาของข้าราชการคนดังกล่าวหายไปตามที่ได้บนขอไว้

ล่าสุด นายอ๊อด ( ขอสงวนนามสกุล ) เจ้าของร้านป้าศิลป์ดอกไม้สด บริเวณทางขึ้นวัดพระธาตุดอยคำ ยืนยันว่าได้รับการติดต่อให้จัดทำพวงมาลัยดอกมะลิทั้งหมด 1.1 ล้านพวงตามที่เป็นข่าว โดยมีการติดต่อไว้ล่วงหน้าราว 1 เดือน แต่เมื่อต้นเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา กลับปรากฏเป็นข่าวตามสื่อต่าง ๆ ทำให้ข้าราชการคนนี้ไม่สบายใจเพราะไม่ต้องการเป็นข่าว จึงโทรศัพท์มาเลื่อนการแก้บนไปโดยไม่มีกำหนด ซึ่งทางร้านก็ยินดีผลิตพวงมาลัยดอกมะลิได้ทันทีที่มีการยืนยันวันเวลาแก้บนมา คาดว่าอาจสั่งทำในช่วงเกือนเมษายนเนื่องจากเป็นช่วงที่ดอกมะลิออกดอก ไม่ขาดตลาดเหมือนในช่วงนี้

สำหรับราคาพวงมาลัยดอกมะลิ นายอ๊อดยืนยันว่ายังไม่มีการกำหนดราคาตามที่เป็นข่าว เพราะจะต้องดูราคาหน้าสวน เนื่องจากดอกมะลิมีราคาขึ้นลงแบบวันต่อวัน ทั้งนี้ยอมรับว่าเป็นการแก้บนครั้งใหญ่ที่สุดที่เคยเกิดขึ้นที่วัดพระธาตุดอยคำ พร้อมยืนยันว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 2 สัปดาห์ ในการผลิตพวงมาลัยดอกมะลิทั้งหมด 1.1 ล้านพวง

รถทัวร์นักเรียน กลับจากทัศนศึกษา เสียหลักตกถนนชัยภูมิเจ็บ 44

h

รถทัวร์นักเรียน อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น กลับจากทัศนศึกษา เสียหลักตกร่องกลางถนน บาดเจ็บ 44 ราย ในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ ร.ต.อ.สมคิด โคมขุนทด รอง สว.(สอบสวน) สภ.คอนสวรรค์ จ.ชัยภูมิ รับแจ้งเหตุมีรถทัวร์โดยสารรับจ้างที่รับนักเรียนไปทัศนศึกษา พลิกคว่ำบนถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 201 ระหว่างกม.147-149 บริเวณ บ้านดงเย็น หมู่ 8 ต.ห้วยไร่ อ.คอนสวรรค์ จ.ชัยภูมิ มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย จึงรุดไปตรวจที่เกิดเหตุพร้อมหน่วยกู้ชีพกู้ภัย

เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นรอยต่อเขตอำเภอเมืองชัยภูมิ กับเขตอำเภอคอนสวรรค์ กม.ที่147-149 เส้นทาง 201 ช่วงบ้านดงเย็น หมู่ 8 ต.ห้วยไร่ อ.คอนสวรรค์ จ.ชัยภูมิ พบรถโดยสารรับจ้างไม่ประจำทาง ยี่ห้อ ฮีโน่ สีส้ม หมายเลขทะเบียน 30-0214 ชัยภูมิ เสียหลักตกลงร่องกลางถนน ได้รับความเสียหาย ภายในรถพบผู้โดยสารเป็นเด็กนักเรียน และครูทั้งหมดได้รับบาดเจ็บร้องขอความช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างคุณธรรมชัยภูมิ พร้อม สว่างพุธธรรมแก้งคร้อ จึงเรียกกำลังเสริมมา เร่งให้การช่วยเหลือปฐมพยาบาลเบื้องต้นคัดแยกผู้ป่วยตามลำดับและลำเรียงผู้ได้รับบาดทั้งหมดเจ็บนำส่งโรงพยาบาลทั้งรพ.ชัยภูมิ รพ.แก้งคร้อและรพ.คอนสวรรค์

ทั้งนี้เบื้องต้นมีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 46 ราย ส่งโรงพยาบาลชัยภูมิ 11 ราย,โรงพยาบาลแก้งคร้อ 19 รายและ โรงพยาบาลคอนสวรรค์ 16 ราย โดย 44 รายเป็นคณะครูและนักเรียนโรงเรียนโคกม่วงศึกษา ต.ขวาเรียง อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น เป็นเด็กนักเรียนอยู่ในระดับชั้น ม.1- 3 และครูควบคุมนักเรียน 2 คน

ไอเดียทำเงินหน้าร้อน ‘ไอศกรีมมะพร้าวอ่อน’ ที่ตลาดหันคา

17810071.00_00_55_31.Still001

ไอเดียทำเงินหน้าร้อน ‘ไอศกรีมมะพร้าวอ่อน’ ที่ตลาดหันคา จ.ชัยนาท วันนี้ 18 มี.ค. 60 ผู้สื่อข่าว จ.ชัยนาท รายงานว่า ที่บริเวณวงเวียนตลาดหันคา จ.ชัยนาท

มีร้านไอศกรีมอยู่ร้านหนึ่งที่มีไอเดียเก๋ไก๋รับหน้าร้อนนั้นคือ ‘ไอศกรีมมะพร้าว’ โดยคุณป้าน้อย วิธานสรกิจ อายุ67ปี เจ้าของร้านบอกว่า ไอศกรีมมะพร้าวที่ว่านี้ก็คือ คุณป้าจะเอามะพร้าวน้ำหอมมาผ่าเป็นถ้วยไอศกรีม โดยเอาไปแช่เย็นไว้ก่อนที่จะนำมาขุดด้วยมือ แล้วตักไอศกรีมที่คุณป้าและครอบครัวช่วยกันปั่นเอง ซึ่งสามารถควบคุมคุณภาพความอร่อยจากวัตถุดิบที่คัดเลือกมาอย่างดีตามสูตรดั้งเดิม ที่หอมหวานกลมกล่อม จากนั้นโรยด้วยถั่วลิสงที่คั่วเองอีกเช่นกัน แล้วราดด้วยนมสด เพียงแค่นี้ก็พร้อมรับประทานดับร้อนกันแล้ว

คุณป้าน้อยบอกว่า เสน่ห์ของไอศครีมมะพร้าวนั้นคือความหอมหวานของเนื้อมะพร้าว เมื่อรับประทานกับไอศกรีมหวานมันและเย็นฉ่ำก็จะทำให้ผู้รับประทานได้ความสดชื่นจนเป็นที่ติดอกติดใจ ซึ่งราคาขายไอศกรีมมะพร้าวก็ขายไม่แพง เพราะขายเพียงด้วยละ 30 บาท ร้านของคุณป้าจะเปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 8.00 น. ทุกวันจนกว่าไอศกรีมจะหมดในช่วงบ่ายๆ สามารถแวะไปชิมหรือดูเป็นไอเดียในการต่อยอดอาชีพของตัวเองได้

แหม่มเมืองน้ำหอม วิ่งแก้ผ้าฉ่างหน้ากองสลาก อ้างอากาศร้อนจัด

page-2

หญิงชาวฝรั่งเศส วิ่งเปลือยกายบริเวณแยกคอกวัว กระทั่งเกิดเหตุชุลมุนเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเข้ามาควบคุมสถานการณ์ วานนี้ (15 มี.ค.) เว็บไซต์ข่าวสารออนไลน์ต่างประเทศ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ชนะสงคราม ได้รับแจ้งเหตุสาวต่างชาติเปลือยกาย บริเวณหน้ากองสลากกินแบ่งรัฐบาล (กองสลากเก่า) ถนนราชดำเนินกลาง แขวงตลาดยอด เขตพระนคร กทม. จึงเข้าควบคุมสถานการณ์เนื่องจากหญิงคนดังกล่าววิ่งเปลือยกายในที่ที่มีผู้คนพลุกพล่าน

รายงานระบุว่าหญิงสาวต่างชาติคนดังกล่าวเป็นชาวฝรั่งเศส วัย 36 ปียืนเปลือยกาย และวิ่งจากหน้ากองสลากเก่า มายังบริเวณเกาะกลางแยกคอกวัว ทั้งนี้ประชาชนที่อยู่บริเวณดังกล่าว พยายามนำเสื้อผ้ามาปกปิดร่างกายของหญิงสาวแต่เธอกลับวิ่งหนี จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สน.ชนะสงคราม พยายามวิ่งตามเอาเสื้อคลุมตัวหญิงสาว จนกระทั่งสามารถกุมตัวไว้ได้ พร้อมเรียกอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู มารับตัวหญิงสาวไปหลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวได้มารับตัว และให้มาพักภายในเต็นท์ห้องแอร์ จุดต้อนรับนักท่องเที่ยว บริเวณท้องสนามหลวง

จากการสอบถาม หญิงดังกล่าวได้แสดงความขอโทษ พร้อมระบุสาเหตุว่าตนเองร้อนมาก จากการสอบถามพบว่าหญิงชาวต่างชาติพักอยู่ย่านตรอกข้าวสาร จึงพาตัวไปส่งที่พัก ซึ่งเมื่อสอบถามเจ้าของที่พัก ก็ทราบว่า หญิงคนดังกล่าวมาเข้าพักเพียงคนเดียว

หวั่นชุมนุมค้านท่าเรือปากบารา ปะทะรุนแรง ผู้ว่าฯสตูลกำชับคุมเข้ม

770277-01

ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล กำชับควบคุมสถานการณ์ กรณีชุมนุมค้านท่าเรือปากบารา ที่อ.ละงู หวั่นเหตุปะทะรุนแรง นายธานี หะยีมะสาและ นายอำเภอละงู จ.สตูล เปิดเผยว่า สถานการณ์ที่โรงเรียนบ้านปากบาง พื้นที่ ม.2 ต.ละงู อ.ละงู หลังวานนี้เครือข่ายต้านท่าเรือน้ำลึกปากบารา จำนวนกว่าพันคน ได้มาชุมนุมเคลื่อนไหวคัดค้านการจัดเวทีแสดงความคิดเห็น

โครงการท่าเทียบเรือน้ำลึกปากบารา ครั้งที่1 หรือ ค.1 ซึ่งจะจัดขึ้นในเวลา 09.00 น. ของวันนี้ (16 มี.ค.60) ล่าสุดบรรยากาศยังคงเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย โดยนายภัทรพนธ์ รัตนพิเชฏฐชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ได้มอบหมายให้ รองผอ.กอ.รมน.จ.สตูล ฝ่ายทหาร ตำรวจ และ อส.จากหลายอำเภอ จัดกำลังเข้าไปดูแลสถานที่ดังกล่าว ประมาณ 300 – 400 นาย เพื่อป้องกันเหตุปะทะบานปลาย ระหว่างประชาชนที่ไม่เห็นด้วย กับ กลุ่มผู้สนับสนุนโครงการ พร้อมกำชับว่าให้ทุกฝ่ายดำเนินงานอย่างสันติไร้ซึ่งความรุนแรง และไม่นำมวลชนของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมาเผชิญหน้ากัน

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีผู้มาชุมนุมขอร้องให้ยุติเวที ค.1 แต่ นายธานี ยืนยันว่า ทางจังหวัดยังคงต้องเดินหน้าจัดกิจกรรมดังกล่าว สำหรับส่วนนี้ ได้มีการขอความร่วมมือไปยังกลุ่มแกนนำมวลชนว่าขอให้ชุมนุมอย่างสงบ ขณะที่เจ้าหน้าที่ ก็ได้เข้าไปประจำตามจุดสกัด จุกทางแยกต่าง ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ไม่หวังดีเข้ามาฉวยโอกาสสร้างสถานการณ์ไม่สงบขึ้น

แจ้งเตือน 61 จังหวัด ระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อน 14-19 มี.ค. นี้

770033-01

อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเตือน 61 จังหวัดทั่วประเทศ ระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อน 14-19 มี.ค. นี้

นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า จะเกิดพายุฤดูร้อน ตั้งแต่วันนี้ถึง 19 มีนาคม ในพื้นที่ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน จึงประสาน 61 จังหวัด ประกอบด้วย ภาคเหนือ 15 จังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด ภาคกลาง 19 จังหวัด ภาคตะวันออก 7 จังหวัดเตรียมพร้อมรับมือ พายุฤดูร้อนพร้อมแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ติดตามพยากรณ์อากาศ และประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด พร้อม ทั้งปฏิบัติตามคำเตือนอย่างเคร่งครัด

นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวว่า พายุฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรงอาจทำให้ภาวะหมอกควัน ในพื้นที่ภาคเหนือคลี่คลายลงบ้างแต่หาก ยังมีการเผาในพื้นที่ อาจส่งผลให้ฝุ่นละอองสะสมเพิ่มขึ้น จึงขอให้ทุกจังหวัดเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด เนื่องจากมีจุดความร้อนกระจายอยู่ในหลายจังหวัด

ขนส่งดีเดย์ 1 ต.ค. ผู้ขอใบขับขี่ต้องผ่านโรงเรียนสอนขับรถ

1360732180-IMG3998JPG-o

กรมขนส่งทางบก กำหนดระเบียบสอบใบขับขี่ใหม่ ตั้งแต่ 1 ต.ค.60 เป็นต้นไป ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถต้องใช้หลักฐานจากโรงเรียนการขนส่ง หรือ โรงเรียนสอนขับรถเป็นหลักฐานประกอบคำขอ

รายงานข่าวแจ้งว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2560 เป็นต้นไป ผู้ขอใบอนุญาตขับขี่ ต้องผ่านการอบรม และ ทดสอบตามหลักสูตรที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด จากโรงเรียนการขนส่ง หรือ โรงเรียนสอนขับรถเป็นหลักฐานประกอบคำขอ หลังจากที่ระเบียบใหม่ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี โดยระเบียบใหม่ได้กำหนดให้ผู้ที่จะขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว ให้ยื่นคำขอตามแบบที่อธิบดีกำหนด พร้อมด้วยบัตรประจำตัวประชาชน หรือใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวหรือหนังสือเดินทาง หรือเอกสารที่ใช้แทนหนังสือเดินทางและใบสำคัญถิ่นที่อยู่ หรือเอกสารหลักฐานแสดงที่พักอาศัยในราชอาณาจักร หรือใบอนุญาตทำงาน

พร้อมด้วยภาพถ่าย ใบรับรองแพทย์ และหลักฐานการรับรอง ซึ่งแสดงว่าได้ผ่านการอบรมและทดสอบตามหลักสูตรที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดจากโรงเรียนการขนส่งหรือโรงเรียนสอนขับรถ

สุเทพ ยื่นฟ้อง ธาริต หมิ่นประมาท เอี่ยวผลประโยชน์ประมูลสร้างโรงพัก

S__5439499-768x576

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนฯ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ฐานหมิ่นประมาทในสมัยดำรงตำแหน่งรองนายกฯ

เมื่อเวลา 8.30 น. วันที่ 14 มี.ค. 60 ที่ศาลอาญา รัชดา ศาลนัดสืบพยานโจทก์คดีที่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนฯ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ฐานหมิ่นประมาทในสมัยดำรงตำแหน่งรองนายกฯ ที่กล่าวหาว่า แทรกแซงและมีผลประโยชน์เกี่ยวกับการจัดประมูล การสร้างโรงพักทั่วประเทศ สืบเนื่องจากเมื่อปี 2556 นายธาริต จำเลย ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษขณะนั้น ได้ใช้อำนาจโดยมิชอบกระทำการโดยมีเจตนากลั่นแกล้งให้ นายสุเทพ หรือโจทก์ ได้รับโทษอาญาเกี่ยวกับการชุมนุมทางการเมือง และอีกคดีจำเลยแถลงข่าวต่อหน้าสื่อมวลชน กล่าวหาว่า นายสุเทพและพวก ฮั้วประมูลโครงการก่อสร้างโรงพักทดแทน 396 แห่ง

โดยรวมสัญญาการจัดซื้อจัดจ้างเพียงรายเดียว ทำให้บริษัทที่ประมูลได้เกิดปัญหา ไม่สามารถก่อสร้างได้แล้วเสร็จตามสัญญา ซึ่ง นายสุเทพ ระบุว่าเป็นการกล่าวหาในลักษณะใส่ความหมิ่นประมาท ทำให้โจทก์ให้ได้รับความเสียหาย และเสื่อมเสียชื่อเสียง

คุม 2 โจ๋ รุมตื๊บรปภ. สอบปากคำเพิ่ม ก่อนส่งฟ้องศาล

769764-01

ตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ คุม 2 โจ๋ รุมตื๊บ รปภ.อาการสาหัส สอบปากคำเพิ่ม ก่อนส่งฟ้องศาลจังหวัดนนทบุรี – เร่งล่าหัวโจกอีก 1 ความคืบหน้ากรณีมีการเผยแพร่คลิปผ่านโซเชียล ว่า มี 3 วัยรุ่น รุมทำร้ายร่างกาย นายเจษฎา จันกล้ำ อายุ 42 ปี รปภ. ของหมู่บ้านเอื้ออาทร ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.นนทบุรี บาดเจ็บสาหัส จนต้องนอนพักรักษาตัวอยู่ใน รพ.พระนั่งเกล้า ล่าสุด ตำรวจสามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุที่ปรากฎจากภาพวงจรปิดได้ 2 ราย คือ นายณัฐวุฒิ หรือ ป๊อก สลาม อายุ 20 ปี และ นายศรัณย์ หรือ ปอนด์ ทองเพ็ชร อายุ 20 ปี ส่วนผู้ต้องหาอีกรายยังคงหลบหนี

ทางด้าน ร.ต.ท.อดุลย์ ช่างประดิษฐ์ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.รัตนาธิเบศร์ เจ้าของคดี ได้เบิกตัว นายณัฐวุฒิ และนายศรัณย์ ออกจากห้องควบคุมมาสอบปากคำเพิ่มเติม ก่อนที่จะนำตัวส่งฟ้องต่อศาลจังหวัดนนทบุรี ขณะที่ พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ เที่ยงกมล ผกก.สภ.รัตนาธิเบศร์ กล่าวว่า คดีนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาไว้ได้แล้ว 2 คน คงเหลือ หัวโจกอีก 1 คน คือ นายวิษณุ หรือต่อ ทับผึ้ง อายุ 28 ปี ที่เป็นคนสั่งการให้ นายณัฐวุฒิและนายศรัณย์ ช่วยกันรุมทำร้ายร่างกายนายเจษฎา รปภ. ซึ่งขณะนี้ยังหลบหนีการจับกุมอยู่ โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้รวบรวมหลักฐานพร้อมทั้งรอใบรับรองจากทางแพทย์ เพื่อที่จะได้ขอศาลออกหมายจับต่อไป จึงอยากจะฝากบอกเตือนให้ผู้ต้องหารายนี้เข้ามอบตัว

สำหรับผู้ต้องหาทั้ง 2 ที่ถูกจับกุมได้ฝากขอโทษ รปภ.ที่บาดเจ็บจากการถูกรุมทำร้ายว่า ที่ทำลงไปนั้นเป็นเพราะนายวิษณุเป็นคนสั่งและอ้างว่าไม่ทำก็จะถูกข่มขู่ต่างๆ นานา แม้แต่ตอนนี้ก็ยังมีการโทรศัพท์มาข่มขู่ครอบครัวตนทั้งสอง ขณะที่ แพทย์ยังคงต้องรอดูอาการนายเจษฎา อย่างใกล้ชิด เพื่อดูว่าจะมีเลือดคั่งในสมองหรือไม่ หากสแกนสมองแล้วไม่พบอาการดังกล่าว ก็ไม่ต้องทำการผ่าตัด ซึ่งขณะนี้คนไข้สามารถพูดคุยและรับรู้ได้

แม่ “น้องปอนด์” ถูกไขควงแทง พอใจผลงานตร. เผยยังมีลูกคนมีสีเกี่ยวอีก

768056-01

แม่และป้า นศ.ศิลปากร ที่ถูก 18 วัยรุ่นใช้ไขควงปักหัวเสียชีวิต พอใจการทำงานตำรวจ แต่ระบุยังมีลูกผู้มีอิทธิพล คนมีสีเกี่ยวข้องอีก นางอรุณรัตน์ ชมโลก อายุ 50 ปี มารดาของนายธีระพงษ์ หรือปอนด์ ฐิตะญาณ อายุ 24 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยศิลปากรวิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี ที่ถูกกลุ่มวัยรุ่น บุกเข้าไปรุมทำร้ายในหอพัก และใช้ไขควงแทงศีรษะเสียชีวิต ได้เดินทางมาที่ สภ. ชะอำ พร้อม นางอรุณี ดีสุวรรณ ป้าของน้องปอนด์ และ นายรณรงค์ แก้วเพชร ทนายความอาสาเพื่อติดตามคดี โดยมี พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี ชี้แจงรายละเอียดการสืบสวนจับกุม

เบื้องต้น นางอมรรัตน์ และ นางอรุณี เปิดเผยว่า พอใจในผลงานติดตามสืบสวนคดีของเจ้าที่ตำรวจจนนำมาสู่การจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 18 คน ซึ่งมีผู้ลงมือก่อเหตุแทงน้องเสียชีวิตอยู่ในกลุ่มด้วย แต่ตนได้ข้อมูลจากเพื่อนน้องปอนด์ว่า ยังมีบุคคลอื่นที่นอกเหนือจาก 18 คน ร่วมในขบวนการก่อเหตุครั้งนี้และคาดว่าจะเป็น ผู้สั่งการอยู่เบื้องหลัง โดยบุคคลดังกล่าวเป็นลูกผู้มีอิทธิพลและคนมีสี อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนข้อเท็จจริงดังกล่าวด้วย นอกจากนี้ยังห่วงเรื่องความปลอดภัยของเพื่อนของน้องปอนด์ซึ่งเป็นผู้บาดเจ็บและเป็นพยาน

ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี กล่าวว่า ผู้เกี่ยวข้องทั้ง 18 คน ก็เข้ามอบตัวครบหมดแล้ว ซึ่งตั้งข้อกล่าวหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองทุกคน หลังจากพูดคุยและให้ดูพยานหลักฐานทั้งหมดแล้ว ฝ่ายผู้เสียหายก็เข้าใจ และสบายใจขึ้น ยืนยันว่า ที่มีกระแสข่าวว่ามีนายตำรวจที่เกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาโทรมาคุยกับตนเองนั้น ยืนยันได้ว่าไม่มี และทาง ผกก.สภ.ชะอำ ก็ไม่มี มีแต่ญาติของผู้เสียหายซึ่งเป็นตำรวจโทรมาคุยและฝากให้ดูคดีนี้ด้วยความยุติธรรม ขณะนี้รอผลการตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์เท่านั้น ซึ่งตนก็จะเร่งรัดโดยเร็ว