สถานที่ท่องเที่ยวในบราซิล

บราซิลเป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดและมีประชากรมากที่สุดในทวีปอเมริกาใต้ รวมถึงเป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับที่ 5 ของโลกด้วย

หน่วยราชการไทย

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครเซาเปาโล (Office of Commercial Affairs) Edificio Mykonos 1356 Rua Gomes de Cavalho CEP 04547-005 Sao Paulo โทรศัพท์ (5511) 3044 7301, 3044 7347, 3045 4563 โทรสาร (5511) 3045 1913

สถานกงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ ณ นครริโอ เดอ จาเนโร (Royal Thai Consulate-General) กงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ MR., Daniel Andre Sauer Rua Visconde de Piraja, 250,9 andar CEP 22410-000-Rio de Janeiro – RJ โทรศัพท์ (5521) 2525-0000 โทรสาร (5521) 2525-0002

สถานกงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ ณ นครเซาเปาโล (Royal Thai Consulate) กงสุลกิตติมศักดิ์ : Mrs. Thassanee Wanderley Wanick de Souza Alameda Dinamarca 467-Alphaville I CEP 06474-250 Barueri-Sao Paulo-SP โทรศัพท์ (5511) 4193 8461 โทรสาร (5511) 4195 2820 Website: www.thaiconsul.com

หากท่านจะอยู่อาศัยในประเทศบราซิล เป็นระยะเวลานาน โปรดแจ้งชื่อ และที่อยู่ ต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ เพื่อประโยชน์ในการติดต่อ หรือให้ความช่วยเหลือในกรณีจำเป็น

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบราซิเลีย (Embaixada Real da Tailandia) SEN-Av. das Nacoes, Lote 10 70433-900, Brasilia-DF โทรศัพท์ (5561) 3224 6943, 3224 6849 โทรสาร (5561) 3223 7502 3321 2994 E-mail : mailto:thaiath@otenet.gr

เวลาทำการ จันทร์ – ศุกร์ 08.30 – 12.30 น. และ 14.00 – 17.00 น. กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ โทรศัพท์ 0 2575 1046-51 โทรสาร 0 2575 1052

ประเทศบราซิล (Brazil) คือ

ประเทศบราซิล (Brazil) คือ

ประเทศบราซิล (Brazil) หรือชื่อทางการว่า สหพันธ์สาธารณรัฐบราซิล (Federal Republic of Brazil) เป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดและมีประชากรมากที่สุดในทวีปอเมริกาใต้ และเป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับที่ 5 ของโลก มีพื้นที่กว้างขวางระหว่างตอนกลางของทวีปอเมริกาใต้และมหาสมุทรแอตแลนติก โดยมี กรุงบราซีเลีย (Brasília) เป็นเมืองหลวงของประเทศ…

พื้นที่ สหพันธ์สาธารณรัฐบราซิล (Federative Republic of Brazil) มีพื้นที่ประมาณ 8.51 ล้าน ตร.กม. เป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดในลาตินอเมริกา และใหญ่เป็นอันดับ 5 ของโลก

ประชากร ประมาณ 186 ล้านคน

การปกครอง ระบอบสาธารณรัฐ ประกอบด้วย 26 รัฐ และ 1 เขตสหพันธ์ (Federal District) ซึ่งเทียบเท่ารัฐ และในเขตดังกล่าวเป็นที่ตั้งของกรุงบราซิเลีย (เมืองหลวง)

เชื้อชาติ บราซิลมีประชากรหลายเชื้อชาติและหลายเผ่าพันธุ์รวมกัน โดยชาวยุโรปเริ่มเข้ามายึดครองดินแดนจากชนเผ่าดั้งเดิม ซึ่งเป็นชาวอินเดียนแดงเมื่อปี พ.ศ. 2043 หรือ 500 ปีที่แล้ว ประชากรของประเทศประกอบด้วยคนเชื้อสายยุโรป ประมาณร้อยละ 53.7 คนเชื้อสายผสม(ผิวขาวกับผิวดำ)ประมาณร้อยละ 38.5 คนผิวดำประมาณร้อยละ 6.2 นอกจากนั้นเป็นชาวญี่ปุ่น อาหรับ อเมรินเดียน

ศาสนา ส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิค

ภาษา โปรตุเกส

ระบบเศรษฐกิจ เป็นระบบเสรีนิยม ในปี 2547 บราซิลมี GDP (ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ) เท่ากับ 1,492 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และรายได้เฉลี่ยต่อประชากรเท่ากับ 8,100 ดอลลาร์สหรัฐฯ อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจประมาณร้อยละ 5.1

สกุลเงิน สกุลเงินของบราซิลคือ เฮอัล (Real)มีอัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐต่อ 2.23 เฮอัล(28 พ.ย.2548)

อาชีพ ประชากรประกอบอาชีพในภาคบริการร้อยละ 66 ภาคเกษตรกรรมร้อยละ 20 ภาคอุตสาหกรรมร้อยละ 14

ทรัพยากร บราซิลอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ อาทิ เหล็ก ทองคำ ถ่านหิน น้ำมัน นิคเกิล ยูเรเนียม ไม้ซุง แร่ดิบ และแร่รัตนชาติ ดังนั้น บราซิลจึงเป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่ใหญ่แห่งหนึ่งของโลก

อากาศ ทางตอนเหนือมีสภาพภูมิอากาศเป็นเขตร้อนชื้น ส่วนทางใต้จะมีสภาพอากาศอบอุ่นและหนาว และฤดูกาลจะตรงข้ามกับทวีปยุโรป กล่าวคือ ฤดูหนาวในยุโรปจะเป็นฤดูร้อนในบราซิล และฤดูร้อนในยุโรปจะเป็นฤดูหนาวในบราซิล ฤดูหนาวเริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายน – กันยายน อุณหภูมิจะอยู่ระดับ 17 – 24 องศาเซลเซียส และฤดูร้อนตั้งแต่เดือนธันวาคม – มีนาคม อุณหภูมิจะอยู่ระดับ 23 – 30 องศาเซลเซียส

เวลา ช้ากว่าเวลามาตราฐานกรีนิช 3 หรือ 4 ชั่วโมง จึงช้ากว่าไทย 9 หรือ 10 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับการปรับเวลาในฤดูร้อน)

Cristo Redentor statue

Cristo Redentor statue

เชื่อว่าที่นี่เป็นจุดที่คุ้นตาทุกคนมากที่สุดอยู่แล้ว  Cristo Redentor (The Christ the Redeemer) รูปปั้นพระเยซู ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขา Corcovado ซึ่งสูงประมาณ 2,330 ฟุตจากเมืองริโอ เดอ จาเนโร เป็นสิ่งที่ทุกคนอยากจะไปเห็นสักครั้งถึงความยิ่งใหญ่ และมุมมองที่พระคริสต์เห็นเมืองนี้อยู่ทุกๆ วัน นอกจากนั้น ที่นี่ยังเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่อีกด้วย

 

     ข้อควรรู้ ริโอ เดอ จาเนโร

– ริโอ เดอ จาเนโร มีความหมายในภาษาโปรตุเกสว่า แม่น้ำเดือนมกราคม

– ด้วยความที่เป็นเมืองท่องเที่ยวยอดนิยม จึงทำให้นักท่องเที่ยวส่วนมากเข้าใจผิดว่าที่นี่เป็นเมืองหลวงของบราซิล แต่ความจริงแล้วคือเมือง  บราซิเลีย ต่างหาก

– งานคาร์นิวัลที่ริโอ เดอ จาเนโรถือเป็นงานคาร์นิวัลที่โด่งดังที่สุดของบราซิล จัดขึ้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี

– รูปปั้นพระเยซู Cristo Redentor หันหน้าออกสู่อ่าวของเมือง และกำลังกางแขนออกเหมือนจะช่วยให้ชาวคริสต์พ้นจากบาป ในทางกลับกันก็เหมือนกางแขนออกเพื่อต้อนรับผู้มาเยือนด้วย

– แม้เมืองริโอจะสวยงาม แต่นักท่องเที่ยวก็อย่ามัวเพลิดเพลินจนไม่ทันระวังตัว เพราะที่นี่ถือเป็นเมืองที่มีสถิติอาชญากรรมสูงมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก นักท่องเที่ยวจึงไม่ควรพกเงินสดไว้กับตัวมากๆ หรือใส่เครื่องประดับราคาแพงล่อตะเข้

Lapa Neighborhood

Lapa Neighborhood

Lapa นั้นตั้งอยู่ในย่านการค้าของริโอ (คนที่นี่เรียกว่า Centro หรือศูนย์กลางนั่นแหละ) สมัยก่อนบริเวณนี้จะรู้กันว่าเป็นแหล่งโคมแดง ที่เที่ยวของชายหนุ่มขี้เหงา แต่ปัจจุบันนี้ในถูกเปลี่ยนสภาพไปเป็นย่านกินดื่ม nightlife ที่แสนครึกครื้น ทุกคืนช่วงวีคเอนด์ท้องถนนจะเต็มไปด้วยสีสันของนักเต้น และดนตรีแซมบ้า ใครจะมานั่งดริ๊งค์กับเพื่อน อย่าลืมสั่ง caipirinha ค็อกเทลสุดร้อนแรงประจำชาติบราซิลมาลองจิบ

Tijuca National Park

Tijuca National Park

ขยับห่างออกมาจากย่านที่พักในริโอ เดอ จาเนโรมาไม่ไกล เราก็จะได้พบกับหนึ่งใน ป่าในเมือง ที่ใหญ่ที่สุดในโลก นั่นคือ Tijuca National Park จากที่นี่หากเราเดินขึ้นไปจนถึงยอดเขาจะพบจุดชมวิวที่มองเห็นเมืองทั้งเมือง ไปจนจรดอ่าว Guanabara Bay นอกจากจุดชมวิวก็มีน้ำตก Cascatinha Waterfall ที่นักท่องเที่ยวนิยมไปถ่ายรูปกัน

 

Lagoa Neighborhood

Lagoa Neighborhood

ย่านลากัวเปนแหล่งที่อยู่ของเหล่าบรรดาผู้มีอันจะกินในริโอ พื้นที่แถบนี้มีราคาสูงมากที่สุดเป็นอันดับสามของทวีปอเมริกาใต้ เป็นลากูนวิวสวย ติดทั้งทะเล และภูเขา รอบๆ ลากูนเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ มีทั้งทางวิ่ง และปั่นจักรยานระยะทางกว่า 4 ไมล์ รวมไปถึงร้านอาหาร และคาเฟ่แบบ open-air หรูๆ อีกมากมาย

Maracanã Stadium

Maracanã Stadium

มาดูโอลิมปิกทั้งที ไม่แนะนำที่นี่ก่อนคงไม่ได้ นั่นคือสนามกีฬา  Maracana Stadium ที่จะเป็นสถานที่จัดพิธีเปิดมหกรรมกีฬาโอลิมปิกในวันที่ 5 สิงหาคม 2016 จุผู้ชมได้ 80,000 คน นับเป็นสนามกีฬาที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกาใต้ และเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คที่คอบอลจะต้องแวะมาเจิมให้ได้